กรุณาปิด โปรแกรมบล๊อกโฆษณา เพราะเราอยู่ได้ด้วยโฆษณาที่ท่านเห็น
Please close the adblock program. Because we can live with the ads you see

Welcome!

By registering with us, you'll be able to discuss, share and private message with other members of our community.

SignUp Now!

หัวเทียนบอดทำอย่างไร? ทำความรู้จักหัวเทียนรถยนต์แต่ละประเภท

  • ผู้เริ่มหัวข้อ ผู้เริ่มหัวข้อ tawann8
  • วันที่เริ่มต้น วันที่เริ่มต้น

tawann8

Member
ธ.ค.
54
0
Register

หัวเทียนบอด เป็นประโยคที่คุ้นหูสำหรับผู้ขับขี่รถยนต์ที่ต้องคอยระแวดระวังและดูแลรักษา “หัวเทียน” อุปกรณ์ในระบบจุดระเบิดของเครื่องยนต์ซึ่งหัวเทียนแต่ละประเภทได้ถูกออกแบบมาให้ใช้กับเครื่องยนต์ที่แตกต่างกัน วันนี้จะพาคุณไปรู้จักกับการทำงานของ “หัวเทียน” และวิธีแก้ไขเมื่อพบปัญหาเครื่องยนต์สตาร์ตไม่ติดจากหัวเทียนบอด


ทำความรู้จัก “หัวเทียน” และประเภทของหัวเทียนรถยนต์
การเลือกใช้หัวเทียนให้เหมาะสมกับเครื่องยนต์ของรถจะช่วยให้เครื่องยนต์สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ เป็นผลให้มีแรงม้ามาให้ใช้งานได้อย่างต่อเนื่อง ประหยัดน้ำมัน และยังช่วยให้อัตราสึกหรอลดลงได้อีกด้วย โครงสร้างหลักของหัวเทียนจะประกอบด้วย ขั้วหัวเทียน (Terminal) ซึ่งจะถูกต่อเข้ากับคอยล์จุดระเบิดและแกนกลางของหัวเทียนลงมายังขั้วแกนกลาง (Center Electrode) โดยกระแสไฟฟ้าจะวิ่งผ่านจากขั้วหัวเทียนลงมายังขั้วแกนกลางและกระโดดข้ามไปยังเขี้ยวหัวเทียน (Side Electrode) และในจังหวะที่กระแสไฟฟ้ากระโดดนี่เอง ที่จะทำให้เกิดเป็นประกายไฟเพื่อเริ่มต้นการจุดระเบิดของส่วนผสมภายในห้องเผาไหม้

หัวเทียนที่มีจำหน่ายในท้องตลาดทุกวันนี้ สามารถแบ่งประเภทของวัสดุที่ใช้ทำขั้วแกนกลาง (Center Electrode) และเขี้ยวหัวเทียน (Side Electrode) ออกได้เป็น 3 ประเภท ได้แก่

1. หัวเทียนนิกเกิล (Nickel) เหมาะกับรถยนต์ที่ใช้เครื่องยนต์รุ่นเก่าโดยอาศัยกำลังไฟในการจุดระเบิดต่ำ ปัจจุบัน มีการนำเอานิกเกิลมาผสมกับธาตุอื่นๆ เพื่อเพิ่มความทนทานให้กับขั้วหัวเทียน ช่วยยืดอายุการใช้งานของหัวเทียนนิกเกิลได้ ทำให้สามารถพบเห็นหัวเทียนนิกเกิลในตลาดอย่างแพร่หลายมากขึ้น

2. หัวเทียนแพลตทินัม (Platinum) มีอุณหภูมิการทำงานที่สูงกว่าหัวเทียนนิกเกิล ซึ่งทำให้มีเขม่าที่ขั้วหัวเทียนน้อยกว่า (เพราะว่าเขม่าถูกเผาไปหมด) จึงเป็นหัวเทียนที่มีอายุการใช้งานที่ยาวนาน และได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายในปัจจุบัน

3. หัวเทียนอิริเดียม (Iridium) ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อตอบโจทย์เครื่องยนต์กำลังอัดสูง และมีความทนทานมากกว่าหัวเทียนแพลตทินัมถึง 25 เปอร์เซ็นต์ ขั้วแกนกลางมีขนาดเล็กและไม่ต้องอาศัยกระแสไฟแรงดันสูงเพื่อจุดระเบิดเมื่อเปรียบเทียบกับหัวเทียนนิกเกิลและแพลตทินัม นอกจากนี้ ยังสามารถทำงานได้อย่างแม่นยำและต่อเนื่องในเครื่องยนต์เทอร์โบกำลังอัดสูง ซึ่งช่วยให้สามารถรีดเค้นสมรรถนะของเครื่องยนต์ได้อย่างเต็มที่ในทุกการขับขี่

หัวเทียนทั้ง 3 แบบ ถูกออกแบบมาเพื่อใช้งานกับเครื่องยนต์แต่ละประเภท ซึ่งผู้ใช้รถยนต์ควรจะต้องเข้าใจความแตกต่างและวัตถุประสงค์ของหัวเทียน เพื่อที่จะสามารถเลือกใช้ได้อย่างถูกต้องและคุ้มค่าที่สุด


หัวเทียนบอด มีอาการอย่างไร? แก้ไขอย่างไร?
หัวเทียนทำหน้าที่จุดระเบิดภายในห้องเผาไหม้โดยตรง หากเสื่อมสภาพลง (หัวเทียนบอด) การจุดระเบิดของเครื่องยนต์จะมีประสิทธิภาพลดลงอย่างมากและส่งผลเสียต่อเครื่องยนต์ในหลายด้าน โดยส่วนใหญ่ หัวเทียนบอดจะมีอาการดังต่อไปนี้

• สตาร์ตติดยาก
• เร่งเครื่องไม่ขึ้น
• เครื่องยนต์สั่นผิดปกติเวลาเดินเบา
• เครื่องยนต์เดินไม่เต็มสูบ
• กินนำมันเชื้อเพลิงมากกว่าปกติ

อาการเหล่านี้อาจเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ จำเป็นต้องได้รับการตรวจสภาพอย่างละเอียดจากช่างผู้ชำนาญการ ซึ่งโดยปกติแล้วศูนย์บริการจะเปลี่ยนหัวเทียนให้รถยนต์ตามระยะอย่างน้อยทุก 1 แสนกิโลเมตร (ประกันรถยนต์ : 11 อะไหล่ที่ต้องเปลี่ยนเมื่อครบกำหนด คลิก ) หรืออาจทดลองถอดหัวเทียนออกมาตรวจเช็กดู ซึ่งหัวเทียนที่เสื่อมสภาพจะมีลักษณะเป็นคราบเขม่าดำ มีคราบน้ำมัน เขี้ยวสึกกร่อนเป็นลักษณะโค้งไม่มีเหลี่ยมคม


ในการเปลี่ยน ควรเปลี่ยนหัวเทียนพร้อมกันทีเดียวทุกหัว หรือหากเป็นรถใหม่ที่อยู่ในระยะเวลารับประกันควรแจ้งศูนย์บริการให้เปลี่ยนใหม่ทันที แต่หากพ้นการรับประกันไปแล้ว ก็สามารถเปลี่ยนได้เอง โดยตรวจสอบระยะทางหรือระยะเวลากำหนดที่ต้องเปลี่ยน รวมถึงเบอร์และชนิดของหัวเทียนให้ตรงตามคู่มือที่แนบมากับรถ ( เช็กราคาหัวเทียนรถยนต์ คลิก ) โดยเตรียมอุปกรณ์ดังต่อไปนี้


• หัวเทียนชุดใหม่ ตามจำนวนสูบของเครื่องยนต์
• ประแจบล็อกสำหรับถอดหัวเทียน หรือบางรุ่นอาจต้องใช้ข้ออ่อนในจุดที่เข้าถึงได้ยาก
• ลมแรงดันสูง สำหรับใช้ทำความสะอาดสิ่งสกปรกโดยรอบ อาจใช้แบบกระป๋องหรือปั๊มลมก็ได้
• ตัววัดความความห่างของเขี้ยวหัวเทียน
• คีมปากจิ้งจก



ขั้นตอนการเปลี่ยนหัวเทียน
1. เปิดฝากระโปรงหน้า ใช้ลมแรงดันสูงเป่าทำความสะอาดแล้วดึงปลั๊กหัวเทียนออกมา (รถแต่ละรุ่นมีวิธีการถอดที่ไม่เหมือนกัน บางรุ่นอาจต้องขันนอตยึดหัวปลั๊กออกมาก่อน ถึงจะดึงปลั๊กหัวเทียนออกมาได้ บางรุ่นถูกซ่อนหลบมุมไว้ ทำให้ต้องถอดอุปกรณ์หลายอย่าง เช่น แบตเตอรี่ ท่ออากาศ เป็นต้น)

2. หลังจากนั้นใช้ลมแรงดันสูงเป่าอีกรอบ ก่อนใช้ประแจถอดหัวเทียนแล้วขันหัวเทียนอันเก่าออกมา (หากหัวเทียนไม่ติดขึ้นมาด้วย ให้ใช้คีมปากจิ้งจกหรือปลั๊กหัวเทียนดึงออกมา)

3. นำหัวเทียนอันใหม่ใส่เข้าไปในช่องเดิม แล้วใช้ประแจถอดหัวเทียนขันให้ตึงมือพอประมาณ อย่าขันจนแน่นมากเกินไป เพราะอาจเกิดความเสียหายขึ้นได้

4. นำปลั๊กหัวเทียนเสียบกลับเข้าไปที่เดิม (ขันนอตยึดหัวปลั๊กให้เรียบร้อย สำหรับรุ่นที่มีนอตยึด) จากนั้นทำตามเดิมจนครบทุกตัวตามจำนวนสูบเครื่องยนต์



การเลือกใช้หัวเทียนรถยนต์ มีความสำคัญที่จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการจุดระเบิดของรถ เพราะอาจมีความเสี่ยงต่อการหลอมละลาย บอด และชำรุดได้ง่าย หรืออาจเกิดคราบเขม่าที่บริเวณขั้วหัวเทียนได้ด้วย ผู้ขับขี่รถจึงควรให้ความใส่ใจตรวจเช็กสภาพรถยนต์อย่างสม่ำเสมอ หรือหากไม่มีความเชี่ยวชาญก็ควรนำรถเข้าศูนย์บริการเพื่อเช็กระยะตามกำหนดเช่นกัน

คุ้มครองความปลอดภัยให้รถคุณยิ่งขึ้น ด้วยประกันรถยนต์ประเภท 1 เบี้ยเริ่มต้น 11,600 บาท อัตราเบี้ยคงที่เท่ากันทุกปีคุ้มครองครอบคลุมทุกกรณี ไม่ว่าจะรถชนรถ รถชนของ รถคันอื่นมาชน เกิดอุบัติเหตุนอกเมือง สูญหายไฟไหม้ น้ำท่วม พร้อมบริการช่วยเหลือฉุกเฉินทางรถยนต์ (Roadside Assistance Service) สนใจรายละเอียด คลิก www.smk.co.th/premotor
 





DigitalOcean Referral Badge

กรุณาปิด โปรแกรมบล๊อกโฆษณา เพราะเราอยู่ได้ด้วยโฆษณาที่ท่านเห็น
Please close the adblock program. Because we can live with the ads you see
กลับ
ยอดนิยม